Fire Alarm System

ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้

ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้เป็นแนวป้องกันด่านแรกในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน เพราะถ้าปล่อยให้ลุกลาม จะระงับเพลิงใว้ไม่ได้ ความหายนะก็จะเกิดขึ้น ระบบสัญญานไฟไหม้จึงมีความสำคัญมาก ต้องเลือกให้ถูกต้อง และบำรุงรักษากันเป็นอย่างดี

fire alarm system

ส่วนประกอบหลักของระบบและอุปกรณ์ร่วมกัน มีดังนี้:

  1. เครื่องตรวจจับควัน (Smoke Detector) – ตรวจจับควันไฟตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  2. เครื่องตรวจจับความร้อน (Heat Detector) – ตรวจจับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ
  3. จุดกดสัญญาณแจ้งเหตุด้วยมือ (Manual Pull Station) – ใช้สำหรับเปิดสัญญาณเตือนด้วยตนเอง
  4. แผงควบคุมสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Panel) – รับสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับและสั่งการแจ้งเตือน
  5. กระดิ่งสัญญาณเตือนและไฟกระพริบ (Alarm Bell & Flashing Light) – แจ้งเตือนผู้ที่อยู่ในอาคารให้อพยพออกอย่างปลอดภัย

การทำความเข้าใจระบบเหล่านี้ มีความสำคัญมากต่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน และบุคคล


ระบบการเตรียมความพร้อมในการผจญภาวะฉุกเฉิน (Emergency procedure) และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยก็มีความสำคัญอย่างมาก

Fire Alarm Control Panel (FACP)

ตู้ควบคุมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Panel)

เป็นศูนย์กลางของระบบตรวจจับและแจ้งเหตุเพลิงไหม้ โดยทำหน้าที่ รับสัญญาณจากอุปกรณ์ภาคสนาม ประมวลผล และสั่งงานอุปกรณ์แจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ตู้ควบคุมและหน้าที่ของแต่ละส่วน

1 แผงวงจรหลัก (CPU – Main Control Board) ทำหน้าที่ รับสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับและปุ่มกดแจ้งเหตุ (Manual Call Point) จากนั้นประมวลผลและตัดสินใจสถานะของระบบ เช่น

  • Alarm – มีเหตุเพลิงไหม้
  • Trouble – ระบบขัดข้อง
  • Supervisory – สถานะเฝ้าระวังของอุปกรณ์ในระบบ

       2 ชุดจ่ายไฟ (Power Supply Unit – PSU) ทำหน้าที่ แปลงไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เพื่อจ่ายพลังงานให้กับระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

        3 แบตเตอรี่สำรอง (Backup Batteries) ใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองในกรณีไฟฟ้าดับ โดยต้องสามารถสำรองพลังงานได้อย่างน้อย

  • 24 ชั่วโมง ในโหมด Standby
  • 5 นาที ในโหมด Alarm

    ตามข้อกำหนดของ NFPA 72

     4 Initiating Device Circuits – IDC / SLC ใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ตรวจจับ (Sensor) เช่น

  • เครื่องตรวจจับควัน (Smoke Detectors)
  • เครื่องตรวจจับความร้อน (Heat Detectors)
  • ปุ่มกดแจ้งเหตุ (Manual Call Points)

    5 วงจรอุปกรณ์แจ้งเตือน (Notification Appliance Circuits – NAC) ใช้จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์แจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุ เช่น

  • กระดิ่งสัญญาณ (Bell)
  • ฮอร์น (Horn)
  • ไฟกระพริบ (Strobe)

    6 หน้าจอแสดงผล (LCD Display) ใช้แสดงข้อมูลสถานะของระบบ เช่น

  • สถานะการทำงานของระบบ
  • โซนที่เกิดเหตุ
  • ข้อขัดข้องของระบบ
  • สัญญาณแจ้งเตือน

    7 ปุ่มควบคุมการทำงาน ประกอบด้วยปุ่มสำคัญ เช่น

  • Acknowledge – รับทราบสัญญาณ
  • Silence – ปิดเสียงสัญญาณเตือน
  • Reset – รีเซ็ตระบบหลังเหตุการณ์
  • Drill – ทดสอบระบบสัญญาณเตือน

   ใช้สำหรับ ควบคุมระบบระหว่างเหตุฉุกเฉินหรือการทดสอบ

    8 โมดูลการสื่อสาร (Communication Module) ใช้สำหรับ ส่งสัญญาณไปยัง

  • ห้องควบคุม
  • ศูนย์รักษาความปลอดภัย
  • ระบบบริหารจัดการอาคาร (BMS – Building Management System)

มาตรฐานอ้างอิงที่ใช้ในการออกแบบ

ระบบต้องออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานของ National Fire Protection Association เช่น

NFPA 72 – มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
NFPA 70 – มาตรฐานระบบไฟฟ้า
NFPA 101 – มาตรฐานความปลอดภัยในอาคาร

ข้อกำหนดสำคัญตาม NFPA 72

  • ต้องมีวงจรไฟฟ้าสำหรับระบบโดยเฉพาะ และมีการระบุชัดเจน
  • ระบบกราวด์ (Grounding) ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ NEC – National Electrical Committee
  • ต้องคำนวณโหลดของระบบและทดสอบแบตเตอรี่สำรอง
  • ต้องกำหนดโซนของระบบอย่างชัดเจน (Zone Identification)
  • ต้องทำการทดสอบระบบก่อนใช้งานจริง (Commissioning)
  • ต้องมีพื้นที่ทำงานและการเข้าถึงตู้ควบคุมได้สะดวก

UL/ FM

    เพื่อความเชื่อถือได้ของระบบ และอุปกรณ์ที่ใช้จะต้องได้รับการการตรวจสอบ (Inspection) เป็นที่ยอมรับ (Certify) จากสถาบันตรวจสอบอิสระ เช่น UL หรือ FM

     สรุปเป้าหมายของการทำงาน

    การติดตั้งตู้ควบคุมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้อย่างถูกต้องจะช่วยให้

  • ตรวจจับเหตุเพลิงไหม้ได้รวดเร็ว (Early Detection)
  • แจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงที (Quick Alert)
  • ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความปลอดภัยของชีวิตไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนที่เกี่ยวข้อง