ถังปรับความดัน
ถังแบลดเดอร์ ของระบบโฟมดับเพลิง
ตามมาตรฐานNFPA
ถังแบลดเดอร์ คือถังแรงดันเหล็กที่ภายในมีถุงยางยืดหยุ่นชนิดไม่กัดกร่อน (Elastomer Bladder) ใช้สำหรับเก็บน้ำยาโฟมดับเพลิง และอาศัยแรงดันน้ำในการดันน้ำยาโฟมเข้าสู่ระบบตามอัตราส่วนที่กำหนด
ถังแบลดเดอร์ (BLADDER TANK)
ถังแบลดเดอร์เป็นภาชนะรับแรงดันชนิดพิเศษที่มีถุงยางยืดหยุ่นคล้ายยาง (Bladder หรือ Diaphragm) ใช้แยกของเหลวที่เก็บอยู่ภายในออกจากช่องอากาศหรือก๊าซอัด
โดยทั่วไปนิยมใช้ในระบบน้ำบาดาลสำหรับบ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ เพื่อควบคุมแรงดันน้ำ รวมถึงใช้ในระบบดับเพลิงเพื่อเก็บน้ำยาโฟมดับเพลิง
หลักการทำงาน
- การแบ่งพื้นที่ภายในถัง
ภายในถังแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
• ห้องบรรจุอากาศ
• ห้องบรรจุน้ำหรือของเหลว
โดยมีถุงยางอีลาสโตเมอร์ (Elastomeric Bladder) คั่นกลาง - การสูบของเหลวเข้า
เมื่อปั๊มทำงาน ของเหลวจะถูกสูบเข้าไปในถุงแบลดเดอร์ ทำให้ถุงขยายตัวและอัดอากาศรอบ ๆ ให้มีแรงดันเพิ่มขึ้น - การใช้งาน
เมื่อเปิดวาล์วหรือก๊อกน้ำ แรงดันอากาศที่ถูกอัดไว้จะดันถุงแบลดเดอร์ ทำให้ของเหลวไหลออกอย่างต่อเนื่องและมีแรงดันคงที่ - ประสิทธิภาพ
ถังแบลดเดอร์ช่วยเก็บแรงดันสำรอง ทำให้ปั๊มไม่ต้องตัดต่อบ่อยครั้ง (Pump Cycling) ซึ่งช่วยยืดอายุอุปกรณ์และประหยัดพลังงาน
การใช้งานทั่วไป
ถังแบลดเดอร์ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
- ระบบน้ำบาดาลและระบบประปา
ใช้รักษาระดับแรงดันน้ำให้คงที่ และช่วยป้องกันแรงกระแทกของน้ำในท่อ (Water Hammer) - ระบบป้องกันอัคคีภัย
ในโรงงานเคมี โรงเก็บเครื่องบิน และพื้นที่เสี่ยงไฟไหม้ ถังโฟมแบลดเดอร์จะใช้แรงดันน้ำที่ไหลเข้ามาในการฉีดและผสมน้ำยาโฟมเข้ากับระบบน้ำดับเพลิงโดยอัตโนมัติ - ระบบ HVAC และงานระบบสุขาภิบาล
ทำหน้าที่เป็นถังขยายตัว (Expansion Tank) เพื่อรองรับการขยายและหดตัวของน้ำในระบบทำความร้อนหรือทำความเย็น พร้อมรักษาความดันให้อยู่ในระดับปลอดภัย - ระบบน้ำมันหล่อเลื่อของเครื่องจักรขนาดใหญ่
ทำหน้าที่ให้ความดันน้ำมันเข้าแบริ่งมีความดันคงที่
การแก้ไขปัญหาถังน้ำขัง (Waterlogged Tank)
ปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดของถังแบลดเดอร์ คือ ถุงยางภายในแตกหรือรั่ว เมื่อเกิดเหตุนี้ ของเหลวจะเข้าไปแทนที่ช่องอากาศ ทำให้ถังเกิดสภาวะ “น้ำขัง” (Waterlogged)
อาการที่สังเกตได้ ได้แก่
- แรงดันน้ำขึ้นลงผิดปกติ
- ปั๊มตัดต่อถี่ผิดปกติ
ต่างจากถังรุ่นเก่าที่ไม่มีแบลดเดอร์และต้องเติมอากาศเป็นประจำ ถังแบลดเดอร์สมัยใหม่แทบไม่ต้องบำรุงรักษา ยกเว้นเมื่อแบลดเดอร์เสียหาย ซึ่งต้องเปลี่ยนแบลดเดอร์หรือเปลี่ยนทั้งถัง
ถังแบลดเดอร์ตามมาตรฐาน NFPA
ถังโฟมแบลดเดอร์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA 11 สำหรับระบบโฟมชนิดขยายตัวต่ำ ปานกลาง และสูง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถจ่ายน้ำยาโฟมได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องใช้พลังงานภายนอก
ถังแรงดันชนิดนี้ใช้แรงดันน้ำในการขับเคลื่อนระบบ และต้องออกแบบตามมาตรฐาน ASME Section VIII โดยใช้ถุงแบลดเดอร์อีลาสโตเมอร์แยกระหว่างน้ำกับน้ำยาโฟม
มาตรฐาน NFPA และข้อกำหนดสำคัญ
1. NFPA 11
กำหนดการใช้งานถังแบลดเดอร์ในระบบโฟม เพื่อให้การผสมน้ำยาโฟมมีความถูกต้องในช่วงอัตราการไหลและแรงดันที่หลากหลาย
2. มาตรฐาน ASME
ถังต้องได้รับการออกแบบและผลิตเป็นภาชนะรับแรงดันตามมาตรฐาน ASME Section VIII Division 1
3. NFPA 16
กำหนดแนวทางสำหรับระบบสปริงเกลอร์ชนิดโฟม-น้ำ รวมถึงการติดตั้งถังแบลดเดอร์
4. NFPA 25
ครอบคลุมการตรวจสอบ การทดสอบ และการบำรุงรักษาระบบถังแบลดเดอร์หลังการติดตั้ง
5. การรับรองมาตรฐาน
โดยทั่วไปถังจะได้รับการรับรองจาก
- FM Approved (FM5130)
- UL Listed (UL162/GFGV)
เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานร่วมกับระบบได้อย่างปลอดภัย
ข้อกำหนดด้านการออกแบบและการทำงาน
1. ระบบผสมน้ำยาโฟม (Proportioning)
ใช้ Proportioner ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงดันน้ำในการผสมน้ำยาโฟมอัตโนมัติ โดยทั่วไปใช้อัตราส่วน 3% หรือ 6%
2. การติดตั้ง
ต้องติดตั้งเหนือพื้นดินและใกล้พื้นที่ป้องกันอัคคีภัย
3. องค์ประกอบสำคัญ
ระบบต้องประกอบด้วย
- ถุงแบลดเดอร์
- ตัวถังแรงดัน
- ท่อน้ำเข้า
- เกจวัดระดับ
โดยท่อน้ำเข้าต้องมีขนาดที่สามารถเติมถังได้ภายใน 8 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า ตามมาตรฐาน NFPA 22
4. การทดสอบ
ต้องผ่านการทดสอบแรงดันน้ำ (Hydrostatic Test) เพื่อยืนยันความแข็งแรงของถัง โดยมักทดสอบที่ประมาณ 1.5 MPa รวมถึงทดสอบความแม่นยำของการผสมน้ำยาโฟม
5. การเติมน้ำยาโฟม
ต้องมีจุดเชื่อมต่อสำหรับเติมน้ำยาโฟมหลังการใช้งาน
การบำรุงรักษาและความปลอดภัย
1. การตรวจสอบ
ต้องตรวจสอบเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าถังไม่เสียหาย และวาล์วอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
2. ความปลอดภัย
ต้องปลดแรงดันออกจากระบบก่อนทำการบำรุงรักษาถุงแบลดเดอร์
3. สภาพแวดล้อมในการติดตั้ง
ควรติดตั้งในบริเวณที่มีร่มเงาและหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เพื่อยืดอายุการใช้งานของถังและถุงแบลดเดอร์

