Fire Water Flow Switch

สวิตช์ตรวจจับการไหลของน้ำดับเพลิง

สวิตช์ควบคุมการไหล หรือ โฟลว์สวิทช์ (Flow Switch) คืออุปกรณ์ที่ใช้ตรวจจับการไหลของของเหลว ก๊าซ หรือไอน้ำภายในท่อ เมื่ออัตราการไหลถึงระดับที่กำหนด อุปกรณ์จะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปสั่งการระบบควบคุม เช่น สั่งให้ปั๊มน้ำเปิดหรือปิด เพื่อป้องกันปัญหาปั๊มน้ำเดินตัวเปล่า (ปั๊มแห้ง) หรือใช้ในระบบดับเพลิงและระบบทำความเย็น

หน้าที่และการทำงานหลัก

  • ตรวจสอบการไหล: ตรวจจับว่ามีของเหลวไหลผ่านท่อหรือไม่
  • สั่งการอัตโนมัติ: ส่งสัญญาณไฟฟ้าเปิด/ปิดอุปกรณ์ เช่น สั่งตัดการทำงานของปั๊มน้ำเมื่อน้ำหมดท่อ เพื่อไม่ให้มอเตอร์ไหม้
  • ประเภทที่นิยมใช้: เช่น แบบใบพาย (Paddle Flow Switch) ซึ่งใช้แรงดันน้ำดันใบพายให้ไปแตะหน้าคอนแทคส่งสัญญาณไฟฟ้า

Flow Switch แบบใบพัด (Vane-type) ตรวจจับการไหลของน้ำต่อเนื่อง (ขั้นต่ำประมาณ 10 GPM / 38 L/min) ในระบบสปริงเกลอร์แบบท่อเปียก แล้วส่งสัญญาณไปยังแผงสัญญาณเตือนอัคคีภัย (FACP)

หน้าที่หลัก

  • ตรวจจับการไหลของน้ำอย่างต่อเนื่อง (เฉพาะท่อเปียก)
  • ส่งสัญญาณเตือนไปยัง FACP
  • ระบุโซนสปริงเกลอร์ที่ทำงาน
  • กระตุ้นการเฝ้าระวังอุปกรณ์ (ปั๊ม/อลาร์ม)

กลไกและส่วนประกอบ

• กลไกใบพัด: ใบพัดยืดหยุ่นแข็งแรงติดกับชุดจุดหมุน และไมโครสวิตช์ SPDT/DPDT ตอบสนองเมื่อมีการไหล 10 GPM
• กลไกหน่วงเวลา (Retard): แบบนิวเมติกส์ Dashpot (ดั้งเดิม ปรับ 0–90 วินาที) และแบบตัวตั้งเวลาอิเล็กทรอนิกส์ (ใหม่) ช่วยป้องกันสัญญาณเตือนเท็จจากความดันน้ำกระชาก โดย NFPA 13 แนะนำ 30–45 วินาที

กฎการติดตั้งที่สำคัญ (NFPA 13)

  • ใช้เฉพาะระบบท่อเปียก (Wet-pipe) ห้ามติดตั้งในระบบ Dry-pipe, Pre-action หรือ Deluge
  • ระยะการไหลแบบราบเรียบ: ต้องมีท่อตรงก่อนอุปกรณ์อย่างน้อย 5 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ และหลังอุปกรณ์อย่างน้อย 2 เท่า เพื่อเลี่ยงความปั่นป่วน
  • ทิศทางใบพัดและขนาดท่อ: ใบพัดต้องไม่ชนผนังท่อ และเจาะรูให้ขนาดถูกต้อง

การทำงาน

• น้ำไหลในท่อสปริงเกลอร์ (≥10 GPM) → ใบพัดโก่งตัว → สวิตช์ทำงานหลังหน่วงเวลา → ส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังแผงอลาร์ม FACP และ Alarm
• สัญญาณเกิดขึ้นเมื่อมีการไหลต่อเนื่องหลังพ้นเวลาหน่วงเท่านั้น

ประเด็นสำคัญ: ใช้กับระบบท่อเปียกเท่านั้น และการติดตั้งต้องเป็นไปตาม NFPA 13 และ 72 รวมถึงข้อกำหนดของผู้ผลิต (ตั้งค่า retard ให้เหมาะสม)