การจำแนกพื้นที่อันตราย
การแบ่งพื้นที่อันตรายในโรงงานอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซตามมาตรฐานการจำแนกพื้นที่อันตราย เพื่อใช้เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสมและป้องกันการเกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิด
พื้นที่อันตราย(Hazardous Areas)ในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซจำแนกเป็น Zone 0, Zone 1 และ Zone 2 การจำแนกพื้นที่อันตราย (Hazardous Area Classification) เป็นขั้นตอนสำคัญในการออกแบบและใช้งานระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการจุดติดของก๊าซหรือไอระเหยไวไฟ
พื้นที่อันตราย คือพื้นที่ที่อาจมีอันตราย เช่นมีบรรยากาศของ
- ก๊าซไวไฟ (Flammable Gas)
- ไอระเหยไวไฟ (Flammable Vapor)
- บรรยากาศที่อาจเกิดการระเบิดได้
ในปริมาณแก๊ส ไอระเหย พลังงานที่สูงเพียงพอจนสามารถติดไฟหรือระเบิดได้หากมีแหล่งกำเนิดประกายไฟ เช่น
• ประกายไฟฟ้า
• ผิวอุปกรณ์ที่มีอุณหภูมิสูง
• เปลวไฟ
• ไฟฟ้าสถิต
• พลังงาน
อุปกรณ์ที่จะติดตั้งในพื้นที่อันตรายเหล่านี้ต้องได้รับการตรวจสอบ และรับรองว่าใช้ได้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงในพื้นที่
การจำแนกพื้นที่อันตราย (Hazardous Area Classification)
การแบ่งจำแนกพื้นที่อ้างอิง โดยดูจาก
- โอกาสที่ก๊าซหรือไอระเหยไวไฟจะเกิดขึ้น
- ระยะเวลาที่ก๊าซหรือไอระเหยคงอยู่ในพื้นที่
การแบ่งพื้นที่อันตรายออกเป็น 3 ระดับ (Zone) ได้แก่
- Zone 0
- Zone 1
- Zone 2
ตัวเลขยิ่งน้อย หมายถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้น
Zone 0
เป็นพื้นที่อันตรายสูงที่สุด คือบริเวณที่มีบรรยากาศที่สามารถระเบิดได้
- เกิดขึ้นตลอดเวลา
- เกิดบ่อยมาก
- หรือคงอยู่เป็นเวลานาน
ถือเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด ตัวอย่างพื้นที่ได้แก่
- ภายในถังเก็บน้ำมันหรือสารเคมี
- ภายในถังที่มีสารไวไฟ
- พื้นที่ที่มีก๊าซหรือไอระเหยไวไฟอยู่ตลอดเวลา
อุปกรณ์ที่ใช้ ต้องเป็นอุปกรณ์ป้องกันการระเบิดระดับสูง เช่น
- Ex ia (Intrinsically Safe ระดับสูง)
- อุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองสำหรับใช้งานใน Zone 0
Zone 1
พื้นที่อันตรายระดับสูง คือบริเวณที่มีโอกาสเกิดบรรยากาศที่สามารถระเบิดได้ ในสภาวะการทำงานปกติ กล่าวคือ ก๊าซไวไฟอาจรั่วออกมาเป็นครั้งคราวระหว่างการเดินเครื่องได้แก่พื้นที่
- รอบหน้าแปลน (Flanges)
- ข้อต่อ (Joints)
- ซีลของปั๊ม (Pump Seals)
- ซีลของคอมเพรสเซอร์ (Compressor Seals)
- จุดเติมหรือถ่ายผลิตภัณฑ์ (Loading / Unloading Points)
- พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดการรั่วของวาล์ว
อุปกรณ์ที่ใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันการระเบิด เช่น
- Ex d (Flameproof)
- Ex e (Increased Safety)
- Ex ib
- Ex p
- หรือชนิดอื่นที่เหมาะกับ Zone 1
Zone 2
พื้นที่อันตรายระดับต่ำ คือบริเวณที่
- โดยปกติไม่มีก๊าซไวไฟ
- หากเกิดขึ้นก็เกิดเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในบรรดา 3 โซน ได้แก่พื้นที่
- พื้นที่รอบ Zone 1
- จุดที่มีระบบระบายอากาศดี
- พื้นที่ที่ก๊าซจะกระจายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการรั่ว
อุปกรณ์ที่ใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับ Zone 2 เช่น
- Ex n
- Ex ec
- Ex tc (ขึ้นอยู่กับชนิดของพื้นที่และมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง)
การแบ่ง Hazardous Area อย่างถูกต้องจะช่วยให้
- ป้องกันเพลิงไหม้และการระเบิด
- ปกป้องชีวิตพนักงาน
- ปกป้องเครื่องจักรและทรัพย์สิน
- ปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกฎหมาย
- เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ถูกต้อง
- ลดเวลาหยุดเดินเครื่อง
- ลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุ
ข้อแนะนำด้านความปลอดภัยในการทำงาน ก่อนเริ่มงานควรที่จะทำการ
- ประเมินพื้นที่ก่อนทุกครั้ง
- ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับการรับรองตาม Zone
- ปฏิบัติตามขั้นตอน Lockout/Tagout (LOTO)
- ตรวจสอบการระบายอากาศให้เพียงพอ
- ตรวจวัดก๊าซก่อนและระหว่างการทำงาน
- รายงานความผิดปกติทันที
- รู้ตำแหน่งเส้นทางหนีไฟและจุดรวมพล
มีความจำเป็นที่ต้องระบุ Zone ให้ถูกต้องในวันนี้ เพื่อช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินในวันข้างหน้า
การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองสำหรับแต่ละ Zone เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการจุดติดของก๊าซหรือไอระเหยไวไฟ และช่วยให้ระบบไฟฟ้าในโรงงานมีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานสากล
สรุปการเปรียบเทียบความเสี่ยงและตัวอย่างในแต่ละ Zone
| Zone | ความถี่ในการเกิดก๊าซไวไฟ | ระดับความเสี่ยง | ตัวอย่างพื้นที่ |
| Zone 0 | มีตลอดเวลา หรือเป็นเวลานาน | สูงที่สุด | ภายในถังเก็บน้ำมัน ถังสารเคมี |
| Zone 1 | มีโอกาสเกิดในสภาวะการทำงานปกติ | สูง | รอบปั๊ม วาล์ว หน้าแปลน ซีล และจุดเติม-ถ่ายผลิตภัณฑ์ |
| Zone 2 | โดยปกติไม่มี หากเกิดจะเกิดเพียงช่วงสั้น ๆ | ปานกลางถึงต่ำ | พื้นที่รอบ Zone 1 หรือบริเวณที่มีการระบายอากาศดี |
การแบ่งพื้นที่ความเสียงที่จะเกิดอันตราย โดยทั่วไปจะอ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น IEC 60079-10-1 หรือ ATEX และมีการรับรอง (Certification)
การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยควรพิจารณาทั้ง Zone, Gas Group (IIA, IIB, IIC) และ Temperature Class (T1–T6) เพื่อให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของพื้นที่นั้น

