Refinery Heater Tube Skin Temperature Monitoring

การตรวจวัดอุณหภูมิผิวท่อของเตาเผา

Refinery Heater Tube Skin Temperature Monitoring

การวัดอุณหภูมิผิวท่อของเตาเผา (Furnace Tube Skin Temperature Measurement) เป็นสิ่งสำคัญมากในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่น เพื่อป้องกันท่อแตกเสียหายจากความร้อนเกิน (Tube Rupture) และยืดอายุการใช้งานของท่อเตาเผา

เทคโนโลยีและวิธีการที่นิยมใช้ในการวัดอุณหภูมิผิวท่อ มีดังนี้

1. การติดตั้งเซนเซอร์ถาวรบนผิวท่อ (Contact Measurement)

วิธีนี้เป็นการเชื่อมติดเซนเซอร์เข้ากับผิวท่อโดยตรงเพื่อให้ได้ค่าที่ต่อเนื่องและแม่นยำที่สุดในจุดที่ต้องการเฝ้าระวัง:

  • Tube Skin Thermocouple (TSTC): เป็นวิธีที่นิยมที่สุด โดยใช้สายเทอร์โมคัปเปิลชนิดพิเศษ (มักเป็น Type K หรือ Type N) ที่มีปลอกหุ้มทนความร้อนสูง (Sheathed) มาเชื่อมติดกับผิวท่อผ่านแผ่นเหล็กประคอง (Pad) เช่น V-Pad, Warp-by Pad หรือ Knife-edge Pad เพื่อรับความร้อนจากผิวท่อโดยตรง และมักจะมีแผ่นบังรังสี (Shield) ปิดทับเพื่อไม่ให้เปลวไฟหรือแก๊สร้อนในเตาเผามาทำให้ค่าเพี้ยน
  • Expansion Loop / Coil: สายของเทอร์โมคัปเปิลภายในเตาจะต้องดัดให้เป็นห่วงซิกแซก เพื่อรองรับการขยายตัวและหดตัวของท่อเตาเผาเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ไม่ให้สายตึงจนขาด

2.การวัดแบบไม่สัมผัสจากภายนอก (Non-Contact Measurement)

ใช้สำหรับตรวจสอบภาพรวม ค้นหาจุดที่ร้อนผิดปกติ (Hot Spots) หรือใช้ตรวจสอบยืนยันค่าร่วมกับเทอร์โมคัปเปิล:

  • กล้องถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรด (Thermal Imaging Camera): ช่างเทคนิคจะส่องกล้องผ่านช่องมอง (Sight Glass) ของเตาเผาเพื่อดูการกระจายความร้อนของท่อทั้งหมด โดยต้องใช้กล้องชนิดพิเศษที่มีฟิลเตอร์กรองคลื่นรบกวนจากเปลวไฟ (มักใช้ช่วงคลื่น 3.9 ไมครอน) เพื่อให้เห็นผิวท่อทะลุเปลวไฟได้ชัดเจน
  • อินฟราเรดเทอร์โมมิเตอร์ (Pyrometer): ใช้ยิงวัดอุณหภูมิเป็นจุดๆ จากช่องมองเตาเผา

ข้อควรระวังและปัจจัยที่มีผลต่อความแม่นยำ

  1. คราบเขม่าและตะกรัน (Coking / Scaling): หากภายในท่อมีคราบคาร์บอน (Coke) เกาะ หรือผิวภายนอกมีตะกรันหนา จะทำให้อุณหภูมิผิวท่อที่วัดได้ สูงกว่าอุณหภูมิสารเคมีภายในท่อจริง ๆ เนื่องจากความร้อนถ่ายเทได้ไม่ดี
  2. ความผิดพลาดจากรังสีเปลวไฟ (Radiation Error): หากแผ่นบังรังสี (Shield) ของเทอร์โมคัปเปิลหลุดหรือติดตั้งไม่ดี ความร้อนจากเปลวไฟจะวิ่งเข้าเซนเซอร์โดยตรง ทำให้ค่าที่อ่านได้สูงเกินจริง
  3. ค่า Emissivity: การวัดด้วยกล้องอินฟราเรดจำเป็นต้องตั้งค่าความสามารถในการแผ่รังสี (Emissivity) ของผิวท่อให้ถูกต้องตามสภาพจริง (ซึ่งเปลี่ยนไปตามอายุการใช้งานและสนิมเหล็ก) มิฉะนั้นค่าจะคลาดเคลื่อน

ลำดับการทำงานในภาพ

Tube Skin Thermocouples ที่ท่อในส่วน Radiant → Thermocouple Cables → Junction Box (TC Connections) → Temperature Monitoring System (PLC/DCS) แสดงค่า TI-101 ถึง TI-108 → High Temperature Alarm / Trip

หลักการทำงาน(Working Principle)

  • ติดเทอร์โมคัปเปิลที่ผิวด้านนอกของท่อเตา
  • วัดอุณหภูมิผิวท่อ (TST) อย่างต่อเนื่อง
  • ส่งสัญญาณอุณหภูมิไป PLC/DCS เพื่อเฝ้าระวัง
  • เกิด Alarm เมื่อ TST เกินค่าที่ตั้งไว้
  • ช่วยป้องกันท่อร้อนเกิน การคืบ และการเสียหาย

 อุปกรณ์หลัก(Key Components)

  • Tube Skin Thermocouple (ติดตั้งที่ผิวท่อ)
  • Thermocouple Cable (ทนอุณหภูมิสูง)
  • Junction Box (จุดต่อสาย TC)
  • Temperature Monitoring System (PLC/DCS)

 การติดตั้งเทอร์โมคัปเปิลที่ผิวท่อ

  • ติดตั้งที่ท่อส่วน Radiant Section ของเตา
  • ยึดด้วย Clamp (สายรัด SS Band)
  • มี Thermocouple Junction Head ที่ปลายด้านนอก

ช่วงอุณหภูมิผิวท่อทั่วไป (°C)

ประเภทเตาTST ทั่วไปค่าสูงสุดที่ยอมรับ
Crude heater300 – 500550 – 600
Vacuum heater350 – 500600 – 650
Reformer heater400 – 600650 – 700
Hydrotreating heater350 – 500600 – 650
FCC heater350 – 600650 – 700

ค่า Alarm และ Trip (โดยทั่วไป)

พารามิเตอร์ค่าทั่วไป
High temperature alarm+20 ถึง +30 °C เหนือค่าปกติ
High temperature trip+40 ถึง +60 °C เหนือค่าปกติ
Low temperature alarm (Fire out)< 200 – 250 °C
Scan time (DCS)1 – 5 วินาที

การตรวจสอบอุณหภูมิผิวท่อของเตาเผา (Furnace Tube Inspection & Verification) เป็นกระบวนการสำคัญในการประเมินความปลอดภัย ความแม่นยำของเซนเซอร์ และความสมบูรณ์ของตัวท่อ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การตรวจสอบระบบเซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ และการตรวจสอบสภาพผิวท่อเพื่อหาความผิดปกติ

1. การตรวจสอบและทวนสอบความแม่นยำของระบบวัด (Measurement Verification)

เนื่องจากเทอร์โมคัปเปิลผิวท่อ (Tube Skin TC) อยู่ในสภาวะรุนแรงและเกิดการเสื่อมสภาพ (Drift) ได้ง่าย จึงต้องมีการตรวจสอบดังนี้:

  • การทวนสอบข้ามระบบ (Cross-Verification): ใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรด (Thermal Imager) ส่องผ่านช่องมองเตาเผา (Sight Glass) เพื่อยิงวัดอุณหภูมิในจุดเดียวกับที่ติดตั้งเทอร์โมคัปเปิล แล้วนำค่ามาเปรียบเทียบกันเพื่อเช็กความคลาดเคลื่อน (Error)
  • การวิเคราะห์แนวโน้มข้อมูล (Trend Analysis): ตรวจสอบประวัติข้อมูลอุณหภูมิ (Historical Data) หากพบว่าอุณหภูมิของเซนเซอร์จุดใดจุดหนึ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (โดยที่ปริมาณการป้อนสารเคมีและความร้อนเตาเท่าเดิม) อาจเกิดจากแผ่นบังรังสี (Shield) หลุด หรือเกิดคราบเขม่า (Coke) สะสมภายในท่อตรงจุดนั้น
  • การเช็กความต่อเนื่องของวงจร (Loop Check & Insulation Resistance): ในช่วงชัตดาวน์ (Shutdown) จะต้องตรวจวัดค่าความต้านทานฉนวนของสายเทอร์โมคัปเปิล เพื่อดูว่ามีจุดที่สายละลาย ลัดวงจร หรือเกิดสนิมที่จุดต่อจุดเชื่อมหรือไม่

2. การตรวจสอบสภาพท่อเตาเผา (Tube Condition Assessment)

เป็นการตรวจสอบเพื่อหาความเสียหายทางกายภาพที่เกิดจากความร้อนสูงสะสม (Overheating):

  • การตรวจหา Hot Spots: ใช้กล้องอินฟราเรดสแกนหาจุดที่ร้อนจัดผิดปกติบนผิวท่อ ซึ่งมักเป็นสัญญาณเตือนของคราบ Coke ภายในท่อ หรือการอุดตันของสารเคมี
  • การตรวจวัดขนาดและการบวม (Tube Creep / Bulging): เมื่อท่อรับอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน เหล็กจะเกิดการคืบ (Creep) ทำให้ท่อยืดหรือบวมออก ในช่วงชัตดาวน์จะใช้เครื่องมือวัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (OD Caliper) หรือสายวัดสแกนเลเซอร์ เพื่อเช็กว่าท่อบวมเกินค่ามาตรฐานที่ยอมรับได้ (มักจำกัดอยู่ที่ 1-3% ของขนาดเดิม) หรือยัง
  • การวัดความหนาของผนังท่อ (Ultrasonic Thickness Testing – UT): ตรวจสอบว่าเนื้อเหล็กของท่อถูกกัดกร่อนหรือบางลงจากปฏิกิริยาเคมีและความร้อนสูง (Oxidation / Scaling) มากน้อยเพียงใด
  • การตรวจสอบโครงสร้างจุลภาค (Metallurgical Replication): ทำการกดพิมพ์ผิวหน้าสัมผัสเนื้อเหล็ก (Replica) ไปส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อเช็กการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างโมเลกุลเหล็ก ว่าเกิดความเสียหายจากความร้อนสะสมจนใกล้หมดอายุใช้งาน (Creep Cavitation) หรือไม่

สรุปขั้นตอนการทำในแต่ละช่วงเวลา

ช่วงเวลาที่ทำการตรวจสอบวิธีการตรวจสอบวัตถุประสงค์
ขณะเตาเผาเดินเครื่อง (On-line)• สแกนกล้องอินฟราเรดทะลุเปลวไฟ
• เปรียบเทียบค่ากล้องกับค่าเทอร์โมคัปเปิล
• มอนิเตอร์กราฟ Trend อุณหภูมิ
• หาจุด Hot Spots ทันที
• เช็กว่าเซนเซอร์ยังทำงานปกติไหม
• เฝ้าระวังไม่ให้อุณหภูมิเกินค่าสูงสุด (MAT)
ช่วงหยุดซ่อมบำรุง (Shutdown)• วัดความหนาและขนาดการบวมของท่อ (UT & Creep)
• ตรวจสอบรอยเชื่อมแผ่น Pad เซนเซอร์ทางกายภาพ
• ทำ Metallurgical Replica เช็กโครงสร้างเหล็ก
• ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือของท่อ
• ซ่อมแซมเซนเซอร์หรือแผ่นบังรังสีที่หลุด
• เปลี่ยนท่อท่อนที่มีความเสี่ยงจะแตก

ประโยชน์ (Benefits)

  • ป้องกันท่อร้อนเกินและเสียหาย
  • เพิ่มความเชื่อถือได้และความปลอดภัยของเตา
  • ตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว
  • ลดการหยุดเดินเครื่องโดยไม่ได้วางแผน
  • ช่วยรักษาสภาวะการเผาไหม้ที่เหมาะสม
  • ยืดอายุท่อเตา
  • ทำให้เดินเครื่องได้ปลอดภัยและต่อเนื่อง